สายฝนโปรยเหนือทุ่งข้าว
เม็ดฝนทยอยลงชะล้างฝุ่นสีแดงคราบไคลบนใบอ่อน
ยอดเรียวโบกสบัดตามแรงลมบิดใบร่าเริงรับหยาดน้ำ
"เรารอเธอเพื่อจะเติบโต"
เม็ดฝนซึมลงบนดินโคลนที่กำลังเหือดแห้ง
ตะวันดูงุนงงต่อการจะฉาดฉาย
จึงยอมที่จะอ่อนแสงลง
แมงเม่าตัวผอมที่พากันออกบินเริงร่ารับฝนแรกของฤดู
จบชีวิตลงบนพื้นคอนกรีต
หลังจากปีกบางเปียกชุ่ม
หมดแรงต่อต้านกับกระแสน้ำ
ไหลลงสู่พื้นดินและหลับไหลใต้กอหญ้า
ชีวิตหนึ่งจบลงตามวัฎจักร
เกิดเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ และ ตาย
ที่ยังแข็งแรงก็บินเข้าหลบใต้ชานเรือน
สันชาติญาณ สอนให้เอาตัวรอด
..
ทุกชีวิตก็เป็นแบบนี้
ต่างมีสิทธิ ดิ้นรน เพื่ออยู่รอด
เม็ดฝนที่ปรานีต่อทุ่งข้าว
เป็นความชุ่มชื่นของแผ่นดิน
ขณะเดียวกัน
ก็เป็นเพชรฆาตคร่าชีวิตแมงเม่าตัวน้อย
ของบางอย่างยังประโยชน์ต่อของบางอย่าง
เราอาจเป็นเม็ดฝนที่ชุ่มใจของต้นข้าว .. ต่อใครบางคน
และอาจเป็นเม็ดฝนที่ผลาญใจแมงเม่า .. ต่อใครอีกบางคน
โดยที่เรา
ตัวเราเอง ก็คือเม็ดฝน .. เราไม่ได้เปลี่ยนแปลง ..
เม็ดฝนเปลี่ยนไม่ได้ ..
ต้นข้าวเปลี่ยนไม่ได้ ..
และแมงเม่าก็เปลี่ยนไม่ได้ ..
เรื่องราวหลายอย่าง สรุปไม่ได้ทั้งเรื่องความผิด - ถูก และเหตุผล
ต่างเป็นวัฎจักรและตัวตน และต่างต้องเผชิญ เมื่อพบเจอ ..
บางครั้งการดำเนินชีวตก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการทำร้าย ..
การเดินบนถนนหนทางที่พยายามหลีกเลี่ยงการเหยียบทับซากดอกไม้
หลีกเลี่ยงการเหยียบทับต้นไม้ใบหญ้า ..
.. เดินยากเย็นยิ่ง ..
หรือเกือบจะเป็นไปไม่ได้ ..
.. หรือมีใครเคยทำได้ ..
หรือมีใครไม่เคยทำร้าย .. ใคร
ผมกำลังคิดถึงการทำร้ายด้วยความเมตตา เหมือนดังเช่นเรื่อง
"พ่อแม่รังแกฉัน"
เป็นเรื่องเดียว
เป็นอารมณ์เดียวของมนุษย์ ที่ .. ยาก จะตัดขาด
ยาก .. ที่จะเห็นใครเดินผ่าน
โดยไม่เหลียวหลัง
.. รักใคร่ใยดี ..
เหมือนคนบนฟ้า
ขยำชีวิตขมวดปมไว้มากมาย
แล้วขว้างลงมาจากบนฟ้า
เพื่อให้กระจัดกระจาย กำเนิดก่อเกิดมาหลากหลายชีวิต
เพื่อให้มาพัวพัน รัดเกลียว
เป็นวงต่อสาย
เพื่อตามหา เพื่อพบเจอ เจ็บปวด
และสุขสม .. ตามวาระ
และเพื่อให้ได้จับจูงกันไปตามเส้นทาง .. สายชีวิต